โปรโมชั่น สวิตเซอร์แลนด์

โปรแกรมทัวร์

K&M-DDT-EK018

โปรโมชั่น สวิตเซอร์แลนด์ 7 วัน

เจนีวา น้ำพุเจดโด นาฬิกาดอกไม้ กลาเซียร์ 3000 โลซานน์ ศาลาไทย เบิร์น บ่อหมีสีน้ำตาล จุงเคอร์กาสเซ นาฬิกาไซ้ท์คล็อคเค่นทรัม อินเตอร์ลาเคน ช้อปปิ้งซูริค น้ำตกไลน์ ช้อปปิ้งเต็มอิ่มที่ย่านลูเซิร์น

วันแรก     กรุงเทพฯ-ดูไบ

22.00 น. คณะเดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ  อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่สอง    ดูไบ-เจนีวา-น้ำพุเจดโด-นาฬิกาดอกไม้

01.05 น.  ออกเดินทางสู่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

05.00 น. เดินทางถึงเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง

08.40 น. เดินทางสู่ เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 89 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

12.45 น.  เดินทางถึง สนามบินเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและสัมภาระแล้ว นำท่านชมเมืองเจนีวา เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บริเวณที่ทะเลสาบเจนีวาไหลเข้ารวมกับแม่น้ำโรห์น (Rhone river) โดยทะเลสาบเจนีวานั้นตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ เป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปยุโรปกลาง รองจากทะเลสาบบาลาต้นในประเทศฮังการี สำหรับ กรุงเจนีวา ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองนานาชาติ (Global City) เนื่องจากเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างชาติสำคัญๆ หลายองค์กร เช่น สำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติประจำทวีปยุโรป, องค์การอนามัยโลก (WHO), องค์การการค้าโลก (WTO) เป็นต้น นอกจากนี้แล้วกรุงเจนีวายังเป็นสถานที่จัดตั้งองค์การสันนิบาตชาติใน ค.ศ. 1919 และกาชาดสากล ใน ค.ศ. 1864 นำท่านชม น้ำพุเจดโด กลางทะเลสาบเลคเลมังค์ น้ำพุที่ได้รับการยอมรับว่าสูงและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงเจนีวา โดยสามารถมองเห็นได้จากทุกจุดในเมือง น้ำพุเจดโดเป็นน้ำพุที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น "สัญลักษณ์ของกรุงเจนีวา" โดยน้ำพุสามารถพุ่งได้สูงสุดประมาณ 140 เมตร (459 ฟุต) น้ำพุถูกติดตั้งในปี 1886 นักท่องเที่ยวที่มาเยือนและมีโอกาสล่องเรือมาในทะเลสาบ เจนีวามักไม่พลาดที่จะมาชมน้ำพุด้วยเช่นกัน นำท่านแวะชมและถ่ายภาพกับนาฬิกาดอกไม้ ที่สวนอังกฤษ (Jardin Anglais) ริมทะเลสาบเจนีวา ซึ่งบ่งบอกถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกา จากนั้นอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งมีร้านค้ามากมายรายล้อมรอบสวนดอกไม้ไม่ว่าจะเป็น LOUIS VUITTON, PRADA, BALLY, GUCCI หรือจะเลือกชมนาฬิกายี่ห้อดังที่ผลิตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้ง ROLEX, OMEGA, CHOPARD, TAG HEUER, PATEK PHILIPPE, LONGINES ซึ่งมีร้านจำหน่ายมากมายเช่นกัน

ค่ำ          บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Ramada Encore Geneve Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่สาม    กลางเซียร์ 3000 – โลซานน์ – ศาลาไทย

เช้า      บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่กลาเซียร์ 3000 (Glacier 3000) เป็นยอดเขาในสวิสเซอร์แลนด์ สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3000 เมตร จาก Col di Pillon เดินทางโดยกระเช้า 360 องศาขึ้นสู่ยอดเขากลาเซียร์บนยอดเขาสามารถมองเห็นวิวยอดเขาสำคัญๆ ของสวิสเซอร์แลนด์ ได้แก่ จุงเฟรา แมทเทอร์ฮอร์น และ มองบลองก์ ได้อย่างชัดเจน...ลานหิมะกลาเซียร์ 3000 เป็นส่วนหนึ่งของภูเขากูดสตาร์ด (Gstaad Mountain) ที่มีเส้นทางสกียาว 250 กิโลเมตร และเทือกเขาแอลป์มีเส้นทางสกียาว  225 กิโลเมตร

กลางวัน           บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ ท่านเดินทางสู่ เมืองโลซานน์ นำท่านชม เมืองโลซานน์ ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองโลซานน์นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ เนื่องจากเมืองโลซานน์ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งทะเลสาบเจนีวา จึงมีความสวยงามโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอากาศที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศที่นี่ เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญสำหรับชาวไทยเนื่องจากเป็นเมืองที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่า ผ่านชม สำนักงานโอลิมปิกสากล ศาลาไทย ที่รัฐบาลไทยได้ร่วมกันก่อสร้างให้เมืองโลซานน์ ในวโรกาสเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปีและเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-สวิสฯ ครบ 75 ปี

ค่ำ     บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Ramada Encore Geneve Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่    เบริ์น – บ่อหมีสีน้ำตาล – จุงเคอร์นกาสเซ – นาฬิกาไซ้ท์คล็อคเค่นทรัม – อินเตอร์ลาเก้น – ซูริค

เช้า     บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ กรุงเบิร์น เมืองหลวงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองโบราณเก่าแก่สร้างขึ้นเมื่อ 800 ปีที่แล้ว โดยมีแม่น้ำอาเร่ (Aare) ล้อมรอบตัวเมือง เสมือนเป็นป้อมปราการทางธรรมชาติไว้ 3 ด้าน คือ ทางด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออก ส่วนทิศตะวันตกชาวเมืองได้สร้างกำแพง และสะพานข้ามที่สามารถชักขึ้นลงได้ นำท่านเที่ยวชมสถานที่สำคัญต่างๆในกรุงเบิร์นซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1863 นำท่านชมบ่อหมีสีน้ำตาล สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น  นำท่านชมมาร์กาสเซ ย่านเมืองเก่า ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และ บูติค เป็นย่านที่ปลอดรถยนต์ จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมอาคารเก่า อายุ 200-300 ปี นำท่านลัดเลาะชม ถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุดของเมืองนี้ ถนนกรัมกาสเซ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านภาพวาดและร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ ชม นาฬิกาไซ้ท์คล็อคเค่นทรัม  อายุ 800 ปี ที่มีโชว์ให้ดูทุกๆชั่วโมงในการตีบอกเวลาแต่ละครั้งหอนาฬิกานี้ ในช่วงปี ค.ศ. 1191-1256 ใช้เป็นประตูเมืองแห่งแรก แต่พอมีการสร้าง Prison Tower จึงเปลี่ยนไปใช้ Prison Tower เป็นประตูเมืองแทนและดัดแปลงไซ้ท์คล็อคเค่นทรัมให้กลายมาเป็นหอนาฬิกา พร้อมติดตั้งนาฬิกาดาราศาสตร์เข้าไป นำท่านแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์ Munster สิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1421 อิสระให้ท่านเดินเล่นและเก็บภาพตามอัธยาศัยหรือจะเลือกช้อปปิ้งซื้อสินค้าแบรนด์เนมและซื้อของที่ระลึก

เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่เมืองอินเตอร์ลาเก้น เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Tune lake) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Brienz lake) อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ พร้อมช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกซื้อนาฬิกายี่ห้อดังหลากหลายที่ผลิตในสวิส ไม่ว่าจะเป็น ROLEX, OMEGA, CHOPARD, TAG HEUER, PATEK PHILIPPE, LONGINES และอื่นๆ อีกมากมาย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองซูริค (Zurich) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดใน สวิตเซอร์แลนด์ เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและวัฒนธรรมที่รู้จักกันทั่วโลก (เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์คือ เมืองเบิร์น) จากการสำรวจในปี 2006 และ ปี 2007       ซูริค ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่มี "คุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด" ในโลก เมืองซูริคเป็นเมืองเก่าที่ตั้งขนาบข้างด้วยแม่น้ำ ลิมแมทที่ไหลมาจากทะเลสาบทางทิศเหนือ ด้วยประชากรราว 336,000 ซูริคจึงเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ และยังประกอบไปด้วยโบสถ์เก่าแก่ น้ำพุ ถนนหิน อาคารต่างๆ ที่บางแห่งก็มีอายุมากกว่า 700 ปี บ้านเรือนและร้านค้าเล็กๆ มากมาย

ค่ำ      บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Park Inn by Radisson Zurich Airport หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า  ซูริค – โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ – จัตุรัสปาราดาพลาทซ์ – ถนนบานโฮฟซตราสเซอ

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมความงดงามของเมืองซูริค ถ่ายรูปกับโบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ (Fraumunster abbey) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 853 โดยกษัตริย์เยอรมันหลุยส์ ใช้เป็นสำนักแม่ชีที่มีกลุ่มหญิงสาวชนชั้นสูงจากทางตอนใต้ของเยอรมันอาศัยอยู่ นำท่านสู่จัตุรัสปาราเดพลาทซ์ (Paradeplatz) เป็นจัตุรัสเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางของการค้าสัตว์ที่สำคัญของเมืองซูริค ปัจจุบันจัตุรัสนี้ได้กลายเป็น ชุมทางรถรางที่สำคัญของเมืองและยังเป็นศูนย์กลางการค้าของย่านธุรกิจ ธนาคาร สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์

กลางวัน      บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ย่านช้อปปิ้งถนนบานโฮฟซตราสเซอ (Bahnhofstrasse) เป็นถนนอันลือชื่อที่มีความยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร เป็นถนนที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติว่าเป็นถนนช้อปปิ้งที่มีสินค้าราคาแพงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตลอดสองข้างทางล้วนแล้วแต่เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ร้านค้าอัญมณี ร้านเครื่องประดับ ร้านนาฬิกาและโรงแรมระดับหรู แต่ละร้านล้วนตกแต่งประดับประดากันอย่าง อลังการ ยังโดดเด่นในฐานะเป็นแหล่ง ช้อปปิ้งที่หรูหราอลังการ คนซูริคคุยว่าถนนสายนี้มีอัตราค่าเช่าที่ที่แพงที่สุดในโลก โดยเฉพาะตลอดสอง ข้างทางของถนนมีห้องเสื้อชั้นนําของยุโรป, รองเท้า, กระเป๋า, เครื่องประดับนานาชนิด และที่ขาดไม่ได้เลย คือ ร้านขายนาฬิกา อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้า ของแบรนด์เนม และของฝากของที่ระลึกตามอัธยาศัย

ค่ำ    บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Park Inn by Radisson Zurich Airport หรือระดับเดียวกัน

วันที่หก    ลูเซิร์น – รูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน – สะพานไม้ชาเพล – เมืองซูก - ชาฟฮาวเซ่น – น้ำตกไรน์ - ซูริค

เช้า        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น อดีตหัวเมืองโบราณของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า หลังคาแห่งทวีปยุโรป (The roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้วก็ยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขา สลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม นำท่านชม รูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่หัวของสิงโตจะมีโล่ห์ ซึ่งมีกากบาทสัญลักษณ์ของสวิตเซอร์แลนด์อยู่ อนุสาวรีย์รูปสิงโตแห่งนี้ออกแบบและแกะสลักโดย ธอร์ วอลเส้น  ใช้เวลาแกะสลักอยู่ราว 2 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1819-1821 โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ จงรักภักดี ที่เสียชีวิตในฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวังในครั้งปฏิวัติใหญ่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จากนั้นนำท่านชมและแวะถ่ายรูปกับ สะพานไม้ชาเพล หรือสะพานวิหาร (Chapel bridge) ซึ่งข้ามแม่น้ำรอยซ์ เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว สะพานวิหารนี้เป็นสะพานที่แข็งแรงมากมุงหลังคาแบบโบราณ เชื่อมต่อ ไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางน้ำ จั่วแต่ละช่องของสะพานจะมีภาพเขียนเรื่องราวประวัติความเป็นมาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นภาพเขียนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันสะพานไม้นี้ถูกไฟไหม้เสียหายไปมาก ต้องบูรณะสร้างขึ้นใหม่เกือบหมด

เที่ยง     **อิสระอาหารกลางวัน เพื่อไม่เป็นการรบกวนการช้อปปิ้งของท่าน**
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซูก เคยเป็นเขตปกครองที่มีรายได้เฉลี่ยน้อยที่สุดแต่ปัจจุบันคือเมืองที่รวยที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีเขตเมืองเก่าที่ก่ตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่13 อาคารบ้านเรือนยังคงสภาพดั้งเดิมไว้อย่างสวยงามอีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีวิวทะเลสาปที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ถึงเวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่เมือง ชาฟฮาวเซ่น (SCHAFFHAUSEN) ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของแม่น้ำไรน์ เมืองที่มีความสวยงาม เต็มไปด้วยกลิ่นไอของสถาปัตยกรรมสไตล์เรเนซองส์ และอาคารสไตล์คลาสสิค นำท่านเที่ยวชมและสัมผัสความงามของ น้ำตกไรน์ น้ำตกที่ใหญ่และสวยที่สุดในยุโรป น้ำสีเขียวมรกตใสไหลอย่างเชี่ยวกราดทำให้เกิดฟองขาวแตกกระเซ็นยามกระทบกับแก่งหิน ละอองน้ำที่กระจายปกคลุมไปทั่ว เกิดภาพที่งดงามจับใจ สูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสต้นไม้ใหญ่เรียงรายทั่วบริเวณ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน

21.55 น.      ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 86 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่เจ็ด   ดูไบ – กรุงเทพฯ

07.10 น.        เดินทางถึงเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง

09.40 น.        ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK 372 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

18.55 น.        เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

กำหนดการเดินทาง

ราคา

มีนาคม 2561

15 – 21 มี.ค. 61

49,900

เมษายน 2561

11 -17 เม.ย. 61

59,900

26 เม.ย. – 2 พ.ค. 61

49,900

พฤษภาคม 2561

23-29 พ.ค. 61

49,900

มิถุนายน 2561

20-26 มิ.ย. 61

49,900

อัตราค่าบริการ

เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี ไม่มีเตียง)        ลดท่านละ         2,000        บาท

พักเดี่ยว                                  เพิ่มท่านละ      10,000        บาท

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป-กลับ โดยสายการบินเอมิเรตส์
  • ค่าที่พัก 3-4 ดาว (ห้องละ 2-3 ท่าน) ตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าวีซ่าเชงเก้น (สถานทูตไม่คืนค่าธรมมเนียมทุกกรณี)
  • ค่ารถปรับอากาศ และบริการนำเที่ยวตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าบริการหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น(พูดภาษาอังกฤษ) ให้บริการท่องเที่ยวตามรายการ
  • ค่าประกันภัยในการเดินทาง 2,000,000 / 500,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบเสร็จ
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 30 กิโลกรัมต่อหนึ่งคน
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก พนักงานยกกระเป๋า
  • คนขับรถท้องถิ่น (2.5 สวิสฟรัง / วัน  / คน)
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ขั้นต่ำ 100 บาท / วัน / คน (100 * 5 วัน)

เงื่อนไขในการจองทัวร์

  1. สำหรับการจอง กรุณาชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท (หลังจองภายใน 3 วัน) พร้อมสำเนาหนังสือเดินทาง
  2. ชำระยอดทั้งหมดก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 21 วัน
  3. หากไม่ชำระค่าใช้จ่ายภายในกำหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ

การยกเลิกและการคืนทัวร์

  1. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนมัดจำทั้งหมด
  2. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 35 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท
  3. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน เก็บเงินมัดจำทั้งหมด
  4. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
  5. ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 20 วัน ขอเก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด

หมายเหตุ

  1. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้าในกรณีที่ผู้เดินไม่ถึง 30 ท่าน และทางบริษัทยินดีคืนเงินโดยหักเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง
  2. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย และไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ เช่นภัยธรรมชาติ ปัญหาการเมือง เป็นต้น
  3. เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศ ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  4. เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัท จะถือว่าท่านรับทราบและยอบรับเงื่อนไขต่างๆ ของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด

เอกสารในการขอยื่นวีซ่าประเทศเชงเก้นระยะเวลาในการยื่น 15 วันทำการ ผู้เดินทางต้องมาสแกนลายนิ้วมือ ณ สถานทูต ตามวันและเวลาที่นัดหมาย (เอกสารและขั้นตอนการยื่นวีซ่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามกับเจ้าหน้าที่)

  1. พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ และมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ก่อนวันหมดอายุ หากมีพาสปอร์ตเล่มเก่า ไม่ว่าจะเคยมีวีซ่าในกลุ่มเชงเก้นหรือไม่ก็ตาม ควรนำไปแสดงด้วยเพื่อเป็นการง่ายต่อการอนุมัติวีซ่า
  2. รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว(แบบหน้าใหญ่) จำนวน 2 ใบ (ฉากหลังเป็นสีขาวเท่านั้นและมีอายุไม่เกิน 6 เดือน)
  3. สำเนาทะเบียนบ้าน / สำเนาบัตรประชาชน / หรือสำเนาบัตรข้าราชการ / สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  4. ใบรับรองการทำงานจากบริษัทที่ท่านทำงานอยู่ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยระบุตำแหน่ง, อัตราเงินเดือนในปัจจุบัน, วันเดือนปีที่เริ่มทำงานกับบริษัทนี้ และช่วงเวลาที่ขอลางาน เพื่อเดินทางไปยุโรป หลังจากนั้นจะกลับมาทำงานตามปกติหลังครบกำหนด
  5. กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ ขอใบทะเบียนการค้า และหนังสือรับรองที่คัดไว้ไม่เกิน 3 เดือน พร้อมวัตถุประสงค์หรือใบเสียภาษีและหลักฐานการเงินของบริษัทฯย้อนหลัง 6 เดือน
  6. รายการเดินบัญย้อนหลัง 6 เดือน (Statement) ขอไว้ไม่เกิน 15 วันก่อนทำการยื่นวีซ่า พร้อมสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน (นับจากวันปัจจุบัน) ควรเลือกเล่มที่มีการเข้าออกของเงินสม่ำเสมอ และมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 6 หลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีฐานะการเงินเพียงพอ ที่จะครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสามารถที่จะใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อน เมื่อกลับสู่ภูมิลำเนา **สถานฑูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน**
  7. กรณีที่บริษัทของท่านเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับผู้เดินทางทั้งหมด นอกเหนือจากเอกสารข้อ 1-6 แล้ว ทางบริษัทฯ จะต้องออกจดหมายอีกหนึ่งฉบับเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายและการกลับมาทำงานของท่าน โดยระบุรายชื่อผู้เดินทาง และเหตุผลที่จัดการเดินทางนี้ในจดหมายด้วย
  8. กรณีที่เป็นนักเรียน นักศึกษา จะต้องมี หนังสือรับรองจากทางสถาบันการศึกษา (ตัวจริง) เท่านั้น
  9. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เดินทางไปกับบิดา หรือมารดาท่านใดท่านหนึ่ง จะต้องทำจดหมายยินยอม โดยที่บิดา, มารดา และบุตรจะต้องไปยื่นเรื่องแสดงความจำนงค์ในการอนุญาตให้บุตรเดินทางไปกับอีกท่านหนึ่งได้ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือเขต โดยมีนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตลงลายมือชื่อและประทับตรารับรองจากทางราชการอย่างถูกต้อง
  10. รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ,นามสกุล,วันเดือนปีเกิด,ญาติพี่น้อง,สถานที่เกิด และจำนวนบุตรของผู้เดินทาง
  11. การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตาม อาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้นเป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่า สถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไปแล้ว และหากต้องการขอยื่นคำร้องใหม่ก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง หากสถานทูตมีการสุ่มเรียกสัมภาษณ์บางท่าน ทางบริษัทฯ ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมาย และโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้บริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวกและประสานงานตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติมทางบริษัทใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสารดังกล่าวเช่นกัน
  12. กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้วทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตเพื่อให้อยู่ในดุลพินิจของสถานฑูตฯเรื่องวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัท
  13. การยื่นวีซ่านั้น ผู้เดินทางต้องชำระยอดมัดจำท่านละ 20,000 ต่อท่านก่อนเท่านั้น ถึงสามารถดำเนินการขั้นตอนการยื่นวีซ่าได้การยื่นวีซ่านั้น ผู้เดินทางต้องชำระยอดมัดจำท่านละ 20,000 ต่อท่านก่อนเท่านั้น และชำระค่าวีซ่า 3,500 ถึงสามารถดำเนินการขั้นตอนการยื่นวีซ่าได้

** เอกสารประกอบการยื่นวีซ่าเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น และทางบริษัทไม่มีนโยบายรับแปลเอกสาร หากท่านต้องการให้ทางเราดำเนินการแปลเอกสารให้ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมฉบับละ 500 บาท **

เอเชีย

ยุโรป

อเมริกา

แอฟริกา

"แพ็คเกจคุ้มค่า ตอบสนองความต้องการ บริการประทับใจ"

โทร. 02-592-3960, 061-510-0899, 098-829-2078