ซูเปอร์ ช็อค ตุรกี

โปรแกรมทัวร์

K&M-PVT-SUPER SHOCK TURKEY-KC

ซูเปอร์ ช็อค ตุรกี 9 วัน

ร่วมเดินทางสัมผัสความยิ่งใหญ่แห่งดินแดน 2 ทวีป เต็มอิ่มกับประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่และยาวนานของอาณาจักรออตโตมัน ชื่นชมความงามของธรรมชาติในรูปแบบ Bird eye view ณ เมืองคัปปาโดเกีย

แถมฟรี!! Bracelet Evil Eye เครื่องรางนำโชคของประเทศตุรกี ท่านละ 1 อัน

แถมฟรี!! Pomegrante Tea ชาท้องถิ่นคุณภาพที่ทำมาจากทับทิมหอมชื่นใจ ท่านละ 1 กล่อง

แถมฟรี!! Medo Ice-Cream ไอศกรีมท้องถิ่นของตุรกี ท่านละ 1 โคน

แถมฟรี!! Turkish Coffee กาแฟของประเทศตุรกี ท่านละ 1 แก้ว

****(สงวนสิทธิ์สำหรับกรุ๊ปที่ออกเดินทาง 20 ท่านขึ้นไปเท่านั้น)****

สุดชิค!!!! พักโรมแรมสไตล์ถ้ำ 1 คืน ที่เมืองคัปปาโดเกีย

แถมฟรี!! ทัวร์ประเทศคาซัคสถาน 1 วันเต็มๆ+โรงแรม+วีซ่า

พักโรงแรมระดับ 4 ดาว ตลอดการเดินทาง

Bus VIP 45 ที่นั่งหน้าจอ Touch Screen ทุกที่นั่ง ให้ท่านได้สนุกสนานกับการเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง

FreeWIFI On Bus ตลอดการเดินทาง!!!

วันแรก    กรุงเทพฯ–อัลมาตี้–อิสตันบูล

07.30 น.       คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ U แถว 14-20 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและเอกสารการเดินทางแก่ท่าน

10.45 น.       เหินฟ้าสู่ นครอิสตันบูล เมืองหลวงออตโตมันของประเทศตุรกี ดินแดนแห่งนี้ร่ำรวยพรั่งพร้อมไปด้วยประวัติศาตร์ สิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการมากมาย โดยสายการบิน Air Astana เที่ยวบินที่ KC 932

16.30 น.       เดินทางถึงสนามบิน ณ เมืองอัลมาตี้ แวะเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อไปยัง นครอิสตันบูล

17.55 น.       เหินฟ้าสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน Air Astana เที่ยวบินที่  KC 911

20.55 น.       เดินทางถึง สนามบินนานาชาติ อตาเติร์ก กรุงอิสตันบูล หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ISTANBUL PARK INN BY RADISSON HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สอง   อิสตันบูล-สุเหร่าสีน้ำเงิน-ฮิปโปโดรม-พระราชวังทอปกาปึ-สุเหร่าเซนต์โซเฟีย สวนดอกทิวลิป อีเมอร์กัน พาร์ค-เมืองชานัคคาเล่            

เช้า               บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นไม่ไกลนำทุกท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque หรือ Sultan Ahmet Mosque ถือเป็นสุเหร่าที่มีสถาปัตยกรรมเป็นสุดยอดของ 2 จักรวรรดิ คือ ออตโตมันและไบเซนไทน์ เพราะได้รวบรวมเอาองค์ประกอบจากวิหารเซนต์โซเฟียผนวกกับสถาปัตยกรรมแบบอิสลามดั้งเดิม ถือว่าเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี สามารถจุคนได้เรือนแสน ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 7 ปี ระหว่าง ค.ศ.1609-1616 โดยตั้งชื่อตามสุลต่านผู้สร้างซึ่งก็คือ Sultan Ahmed นั้นเอง จากนั้นนำทุกท่านสู่ จัตุรัสสุลต่านอะห์เมตหรือฮิปโปโดรม สนามแข่งม้าของชาวโรมัน จุดศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวเมืองเก่า สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุสเซเวรุสเพื่อใช้เป็นที่แสดงกิจกรรมต่างๆของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนตินฮิปโปโดรมได้รับการขยายให้กว้างขึ้นตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธีแต่ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิดสุลต่านอะห์เมตซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์3 ต้น คือเสาที่สร้างในอียิปต์เพื่อถวายแก่ฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูลเสาต้นที่สอง คือ เสางู และเสาต้นที่สาม คือเสาคอนสแตนตินที่ 7 หลังจากนั้นนำทุกท่านชม พระราชวังทอปกาปึ ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าซึ่งถือเป็นเขตประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 พระราชวังทอปกาปึ สร้างขึ้นโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 ในปี ค.ศ.1459 บนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 4 ลานกว้าง และมีอาคารขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ณ จุดที่สร้างพระราชวังแห่งนี้สามารถมองเห็นช่องแคบบอสฟอรัสโกลเดนฮอร์นและทะเลมาร์มาร่าได้อย่างชัดเจน ในช่วงที่เจริญสูงสุดของอาณาจักรออตโตมัน พระราชวังแห่งนี้มีราชวงศ์และข้าราชบริพารอาศัยอยู่รวมกันมากถึงสี่พันกว่าคนนำท่านเข้าชมส่วนของท้องพระโรงที่เป็นที่จัดแสดงทรัพย์สมบัติข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์เครื่องเงินต่างๆ มากมาย

กลางวัน         บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำทุกท่านชม สุเหร่าเซนต์โซเฟีย(Saint Sophia)หรือ โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์พระเจ้าจักรพรรดิคอนสแตนติน เป็นผู้สร้างเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาสร้าง 17 ปี เพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์แต่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายเผาเสียวอดวายหลายครั้งเพราะเกิดการขัดแย้งระหว่างพวกที่นับถือศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลามจวบจนถึงรัชสมัยของ  พระเจ้าจัสตินเนียนมีอำนาจเหนือตุรกีจึงได้สร้าง โบสถ์เซนต์โซเฟีย ขึ้นใหม่ ใช้เวลาสร้างฐานโบสถ์ 20 ปี ตัวโบสถ์ 5 ปี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1996 (ค.ศ 1435) พระองค์ต้องการให้เป็นสิ่งสวยงามที่สุดได้พยายามหา สิ่งของมีค่าต่างๆมาประดับไว้มากมาย สร้างเสร็จได้มีการเฉลิมฉลองกันอย่าง มโหฬารต่อมาเกิดแผ่นดินไหวอย่างใหญ่ทำให้แตกร้าวต้องให้ช่างซ่อมจนเรียบร้อยในสภาพเดิมเมื่อสิ้นสมัยของจักรพรรดิจัสตินเนียน ถึงสมัย พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 2 มีอำนาจเหนือตุรกี และเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามจึงได้ดัดแปลงโบสถ์หลังนี้ให้เป็นสุเหร่าของชาวอิสลาม

จากนั้นนำท่านสู่เมืองชานัคคาเล่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชม.

ค่ำ     บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าสู่ที่พัก CANAKKALE KOLIN HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สาม    เมืองชานัคคาเล่-ม้าไม้จำลองเมืองทรอย-เมืองเปอร์กามัม-วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ- ร้านขนม TURKISH DELIGHT-เมืองคูซาดาซึ

เช้า      บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังจากนั้นนำทุกท่านออกเดินทางสู่นำท่านสู่ กรุงทรอย เพื่อชม ม้าไม้จำลองเมืองทรอยซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กรุงทรอยแตกสงครามม้าไม้ เป็นสงครามที่สำคัญตำนานของกรีกและเป็นสงครามระหว่างกองทัพของชาวกรีกและกรุงทรอยหลังจากสู้รบกันเป็นเวลาสิบปี กองทัพกรีกก็ได้คิดแผนการที่จะตีกรุงทรอย โดยการสร้างม้าไม้จำลองขนาดยักษ์ที่เรียกว่าม้าไม้เมืองทรอย โดยทหารกรีกได้เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในม้าโทรจันแล้วก็ทำการเข็นไปไว้หน้ากรุงทรอยเหมือนเป็นของขวัญและสัญลักษณ์ว่าชาวกรีกยอมแพ้สงครามและได้ถอยทัพออกห่างจากเมืองทรอย ชาวทรอยเมื่อเห็นม้าโทรจันก็ต่างยินดีว่ากองทัพกรีกได้ถอยทัพไปแล้วก็ทำการเข็นม้าโทรจันเข้ามาในเมืองแล้วทำการเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่เมื่อชาวทรอยนอนหลับกันหมด ทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ก็ออกมาจากม้าโทรจันแล้วทำการเปิดประตูเมืองให้กองทัพกรีกเข้ามาในเมืองแล้วก็สามารถยึดเมืองทรอยได้ ก่อนที่จะทำการเผาเมืองทรอยทิ้ง

กลางวัน           บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ได้เวลาพอสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเปอร์กามัม Pergamum เป็นสถานที่ตั้งของโบราณสถานที่สำคัญ จากนั้นนำท่านชม วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ (The Temple of Artemis) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ ที่ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังสามารถมองเห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้ นำท่านแวะถ่ายรูป โบสถ์นักบุญเซนต์ จอห์น (St. John CASTLE) สาวกของพระเยซูคริสต์ที่ออกเดินทางเผยแพร่ศาสนาไปทั่วดินแดนอนาโตเลียหรือประเทศตุรกีในปัจจุบัน จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูป ISA BEY MOSQUE มัสยิดอิสอิสเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีและสำคัญที่สุดซึ่งสะท้อนถึงจุดสิ้นสุดของยุคจักรวรรดิ Seljuk ในช่วงปลายคริสต์ ค.ศ. 1400 นอกจากนี้มัสยิดแห่งนี้ยังเป็นที่ประทับของมัสยิดเมยยาดในดามัสกัส มัสยิด Isa bey ก่อตั้งขึ้นบนเนินเขาตะวันตกของเขา Ayasuluk ที่มองเห็นพื้นที่และมี harem ขนาดใหญ่ที่มีสอง naves และประกอบด้วยลานขนาดใหญ่ นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ Kusadasi (ระยะทาง 199 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.20 ชั่วโมง) เป็นเมืองท่าที่สำคัญทางการค้าอีกเมืองหนึ่งของตุรกี จากนั้นนำท่านซื้อขอฝากตามอัธยาศัย ร้านขนม Turkish Delight ของฝากขึ้นชื่อของประเทศตุรกี

ค่ำ    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KUSADASI MARINA & SUITES HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สี่    เมืองคูซาดาซึ-เมืองโบราณเอฟฟิซุส-บ้านพระแม่มารี-ปามุคคาเล่-ปราสาทปุยฝ้าย-เมืองเฮียราโพลิส-เมืองปามุคคาเล่

เช้า     บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางชม โรงงานเครื่องหนัง ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องหนังขั้นหลากหลาย ให้ทุกท่านได้ทดลองการเป็นนายแบบและนางแบบเสื้อหนังต่างๆตามอัธยาศัย จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอฟฟิซุส เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionia) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ นำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (ROMAN BATH)ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำ ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้, ห้องสมุดโบราณ ที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบ เฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือประณีต
นำท่านสู่เยี่ยมชม บ้านพระแม่มารี House of Virgin Mary ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้างหลังนี้ ถูกค้นพบอย่าปาฏิหาริย์ โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมัน ชื่อ แอนนา แคเทอรีน เอมเมอริช Anna Catherine Emmerich เมื่อปี ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลง มีคนพยายามสืบเสาะค้นห้าบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่งพระสันตปาปา โป๊ป เบเนดิกส์ที่ 6 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่ บริเวณด้านนอกของบ้าน มีก๊อกน้ำสามก๊อก ที่ มีความเชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แทนความเชื่อในเรื่อง สุขภาพ ความร่ำรวย และความรัก ถัดจากก๊อกน้ำเป็น กำแพงอธิษฐาน ซึ่งมีความเชื่อว่าหากต้องการให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นความจริงให้เขียนลงในผ้าฝ้ายแล้วนำไปผูกไว้แล้วอธิษฐาน จากนั้นนำท่านเข้า ชมโรงงานท่อพรม สิ่งท่อขึ้นชื่อของประเทศตุรกี เป็นพรมท่อมือ สามารถเลือกชมเลือก ซื้อได้ตามอัธยาศัย

เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังจากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.(189 กม.) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนที่ไหลลงสู่หน้าผา นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย ผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆหลายชั้นและผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมากท่านจะได้สัมผัส เมืองเฮียราโพลิส เป็นเมืองโรมันโบราณที่สร้างล้อมรอบบริเวณที่เป็นน้ำพุเกลือแร่ร้อนซึ่งเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรคเมื่อเวลาผ่านไปภัยธรรมชาติได้ทำให้เมืองนี้เกิดการพังทลายลงเหลือเพียงซากปรักหักพังกระจายอยู่ทั่วไปบางส่วนยังพอมองออกว่าเดิมเคยเป็นอะไรเช่น โรงละครแอมฟิเธียร์เตอร์ขนาดใหญ่วิหารอพอลโล สุสานโรมันโบราณ เป็นต้นจากนั้นนำท่านเข้า ชมโรงงานคอตตอน สามารถเลือกซื้อของฝากเช่น ผ้าพันคอ ผ้าปูที่นอน เสื้อผ้า เป็นต้น เป็นสินค้าที่ผลิตด้วยคอตตอน100%

ค่ำ      บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก PAMUKKALE NINOVA THERMAL HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า   เมืองปามุคคาเล่-เมืองคอนย่า–สวนผีเสื้อหรือพิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า-คัปปาโดเกีย ระบำหน้าท้อง    

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

**พิเศษช่วงเดือน กรกฎาคม เดือนเดียวเท่านั้น** ระหว่างทางนำท่านชม ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ณ Kuyucak Village แห่ง เมืองอิสปาร์ตา หรืออีกชื่อหนึ่งคือ The Lavender Village ที่บานสะพรั่งสวยงาม จะมีเฉพาะเดือน กรกฏาคม ของทุกปี เท่านั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุก ระยะทาง 387 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง

กลางวัน      บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำทุกท่านสู่ สวนผีเสื้อ Butterfly Garden มีผีเสื้อให้ชมว่า 50 สายพันธุ์ของผีเสื้อ ทำให้เราทราบถึงวงจรชีวิตของผีเสื้อ ณ ที่แห่งนี้จะได้สัมผัสความหลากหลายของพืช ดอกไม้หลากสี พร้อมสัตว์ชนิดอื่นๆ นับว่าเป็นสถานที่อีกแห่งที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง (สวนผีเสื้อจะปิดทำการทุกวันจันทร์ของสัปดาห์หากคณะเดินทางไปที่สวนผีเสื้อตรงกับวันจันทร์ทางคณะจะปรับเปลี่ยนให้เดินทางเข้าชมที่พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่าแทน)  นำทุกท่านสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า (Mevlana museum) เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิ โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟลาน่า เจลาลุคดิน รูมี่ อาจารย์ทางปรัชญาประจำราชสำนักแห่งสุลต่านอาเลดิน เคย์โคบาท ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในประดับฝาผนังแบบมุสลิม และยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดา และบุตร ของเมฟลาน่าด้วย จากนั้นเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ระยะทาง 215 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2ชั่วโมง 30 นาที ระหว่างทางแวะชม Caravansaraiที่พักของกองคาราวานในสมัยโบราณ เป็นสถานที่พักแรมของกองคาราวานตามเส้นทางสายไหมและชาวเติร์กสมัยออตโตมัน

ค่ำ    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านชมการแสดงพื้นเมือง “ระบำหน้าท้อง”หรือ Belly Danceเป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน(บริการเครื่องดื่มฟรีตลอดการแสดง)

นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมสไตล์ถ้ำ!! BURCUKAYA HOTEL หรือเทียบเท่า(คัปปาโดเกีย)

**หมายเหตุ:กรณีห้องพักโรงแรมถ้ำเต็ม ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเป็นโรงแรมเทียบเท่าระดับเดียวกัน**

วันที่หก   คัปปาโดเกีย-นครใต้ดิน-เมืองเกอเรเม-พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง-หุบเขาอุซิซาร์ เมืองอังการ่า

** สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเจีย จะต้องออกจากโรงแรม 05.30 น. เพื่อชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเจียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง **

(ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ประมาณ 210-250 USD)

เช้า        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำทุกท่านสู่ นครใต้ดิน (Underground City) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลก เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกันเป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมันที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ เมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัวห้องหมักไวน์ มีโบสถ์ ห้องโถงสำหรับใช้ประชุม มีบ่อน้ำและระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้

เที่ยง       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำทุกท่านเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่ เมืองเกอเรเม (Goreme)ซึ่งยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์  จากนั้นนำท่านชม หุบเขาอุซิซาร์ (Uchisar Valley) หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อาศัย และถ้ามองดี ๆ จะรู้ว่าอุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุซิซาร์ ก็มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย จากนั้นนำท่านแวะชมโรงงานจิวเอวร์รี่และโรงงานเซรามิค อิสระกับการเลือกซื้อสินค้า และของที่ระลึกเดินทางสู่ เมืองอังการ่า เมืองหลวงของประเทศตุรกี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ระหว่างทางให้ ท่านได้ชมวิวของ ทะเลสาบเกลือ (Salt Lake)จากนั้นนำทุกท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอังการ่า หรือที่มีชื่อตามประวัติศาสตร์ว่า Angoraเป็นเมืองหลวงของตุรกีในปัจจุบัน และเป็นเมืองใหญ่อันดับ ๒  รองจากนครอิสตันบูล กรุงอังการาตั้งอยู่ในเขต Central Anatolia  ใจกลางประเทศตุรกีบนที่ราบสูงอนาโตเลีย โดยอยู่ห่างจากนครอิสตันบูลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะทางประมาณ 450 กิโลเมตร กรุงอังการาเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง ส่วนราชการต่าง ๆ และสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ในตุรกี ความสำคัญของกรุงอังการา กรุงอังการามีประชากรจำนวน 4,965,542  คน ทำให้กรุงอังการาเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ ๒ ของตุรกี และอันดับ ๒ ในกลุ่มเมืองหลวงยุโรป ในขณะที่นครอิสตันบูลเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาคมาร์มารานั้น กรุงอังการาก็เป็นศูนย์กลางทางการค้าและเครือข่ายคมนาคมในภูมิภาคอนาโตเลีย โดยเป็นจุดตัดของการคมนาคมทางบก (รถยนต์และรถไฟ) ที่เชื่อมโยงภูมิภาคต่าง ๆ ของตุรกีเข้าด้วยกัน และเป็นศูนย์กลางตลาดสินค้าเกษตรที่ขนส่งมาจากภาคต่างๆ ทั่วตุรกีด้วย

ค่ำ              บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ANKARA BERA HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่เจ็ด    กรุงอิสตันบูล-ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส–ตลาดสไปซ์มาร์เก็ต-แกรนด์บาซ่าร์

เช้า              บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำทุกท่านเดินทางต่อสู่ กรุงอิสตันบูล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชม. (ระยะทาง 450 กม.)

กลางวัน       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำทุกท่านล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส จุดที่บรรจบกันของทวีปยุโรปและเอเชีย ซึ่งทำให้ประเทศตุรกีได้รับสมญานามว่า ดินแดนแห่งสองทวีป ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเนื่องจากเป็นเส้นทางเดินเรือที่เชื่อมทะเลดำทะเลมาร์มาร่า เราจะได้เห็นป้อมปืนที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบได้แก่ Rumeli Castle และ Anatolia Castle โดยจุดชมวิวที่สำคัญคือสะพาน แขวนบอสฟอรัส เชื่อให้รถยนต์สามารถวิ่งข้ามฝั่งยุโรปและเอเชียได้ สร้างเสร็จในปี ค.ศ.1973 มีความยาวทั้งสิ้น 1,560 เมตร และได้กลายเป็นสะพานแขวนที่ยาวเป็นอันดับ 4 ของโลกในสมัยนั้น (ปัจจุบันตกไปอยู่อันดับที่ 21) ขณะที่ล่องเรือพร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศสองข้างทาง ซึ่งสามารถมองเห็นได้ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาเช่และบ้านเรือนของบรรดาเหล่าเศรษฐีที่สร้างได้สวยงามตระการตา นำท่านสู่ตลาดสไปซ์มาร์เก็ต(Spice Market)หรือตลาดเครื่องเทศ ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึก เครื่องประดับ ชา กาแฟ ผลไม้อบแห้ง ขนมของหวานขึ้นชื่อและถั่วหลากหลายชนิดให้เลือกสรร

จากนั้นนำท่านสู่ ตลาดในร่ม (KAPALI CARSISI หรือ COVERED BAZAAR) หรือ แกรนด์บาซาร์ (GRAND BAZAAR) เป็นตลาดเก่าแก่ สร้างครั้งแรกในสมัยสุลต่านเมห์เม็ดที่ 2 เมื่อปี ค.ศ. 1461 ตลาดนี้กินเนื้อที่กว่า 2แสนตารางเมตร ประกอบด้วยร้านค้ากว่า 4,000ร้าน ขายของสารพัด ตั้งแต่ทองหยอง เครื่องประดับ พรม เครื่องเงิน เครื่องหนัง กระเบื้อง เครื่องทองแดง ทองเหลือง สินค้าหัตถกรรม ของที่ระลึก ฯลฯ ที่นี่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงตั้งราคาสินค้าเอาไว้ค่อนข้างสูง ควรต่อรองราคาให้มาก

ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน

20.00 น.       ได้เวลาอันสมควร นำทุกท่านเดินทางสู่ สนามบินนครอิสตันบูล

22.10 น.       เหินฟ้าสู่ กรุงอัสตาน่า โดยสายการบิน Air Astana เที่ยวบินที่ KC 918

วันที่แปด    กรุงอัสตาน่า (คาซัคสถาน)-หอคอยไบเทเร็ก-Khan Shatyr Entertainment Center

05.50 น.       เดินทางถึง กรุงอัสตาน่า ประเทศคาซัคสถาน หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

นำท่านเที่ยวชม กรุงอัสตาน่า โดยรอบ กรุงอัสตาน่าเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศคาซัคสถาน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ มีแม่น้ำ Ishim ไหล่ผ่าน โดยได้รับการสถาปนาให้เป็นเมืองหลวงในปี ค.ศ.1997 ซึ่ง “อัสตาน่า” เป็นภาษาคาซัคแปลว่าเมืองหลวง โดยประธานาธิบดีนูร์ซุลตาน นาซาร์บาเยฟ เป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศ ด้วยความต้องการที่จะสร้างเมืองให้เป็นโลกในอนาคต กรุงอัสตาน่าจึงเต็มไปด้วยตึกสวยงามรูปร่างแปลกตาจากสุดยอดสถาปนิกจากทั่วทุกมุมโลก การมาเยือนกรุงอัสตาน่าเสมือนทำให้นักท่องเที่ยวเหมือนได้หลุดไปสู่โลกในอนาคตที่ไม่มีเมืองใดเหมือน

เช้า               นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมที่อัสตาน่าให้ท่านได้ äบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย

11.30 น.       เช็คทเอาท์ ออกจากที่พัก นำท่านออกเดินทาง

กลางวัน        บริการอาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

นำท่านชม หอคอยไบเทเร็ก (Bayterek Tower) ที่ความสูง 97 เมตร ซึ่งเลข 97 แทนปี ค.ศ. 1997 ปีแห่งการสถาปนากรุงอัสตาน่าเป็นเมืองหลวง ตัวตึกเป็นทรงกรวยเหมือนต้นไม้แตกกิ่งโดยมีโดมกลมสีทองด้านบน

จากนั้นนำทุกท่านอิสระ shopping ที่ Khan Shatyr Entertainment Center ศูนย์รวมความบันเทิงแห่งใหม่ของชาวอัสตาน่า ด้วยรูปลักษณ์อาคารที่โดดเด่นแปลกตา ด้วยสร้างขึ้นให้เหมือนเต้นท์ของท่านข่าน ภายในมีร้านแบรนด์เนมและสินค้าหลากหลายให้ท่านได้เลือกชมและหาซื้อ ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน

20.20 น.       เหิรฟ้าสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Air Astana เที่ยวบินที่ KC 231

วันที่เก้า    สนามบินสุวรรณภูมิ

04.55 น.       เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

**ก่อนทำการจองทัวร์ทุกครั้ง กรุณาอ่านโปรแกรมอย่างละเอียดทุกหน้า และทุกบรรทัด เนื่องจากทางบริษัทฯ จะอิงตามรายละเอียดของโปรแกรมที่ขายเป็นหลัก**

อัตราค่าบริการ

กำหนดการเดินทาง

ราคาผู้ใหญ่

(พักห้องละ 2-3 ท่าน)

ราคาเด็กเสริมเตียง

(พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)

ราคาเด็กไม่เสริมเตียง

(พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)

พักเดี่ยวเพิ่ม

08-16 พ.ค.

34,888 บาท

34,888 บาท

34,888 บาท

7,000 บาท

15-23 พ.ค.

22-30 พ.ค.

29 พ.ค.-06 มิ.ย.

05-13 มิ.ย.

19-27 มิ.ย.

32,999 บาท

32,999 บาท

32,999 บาท

7,000 บาท

03-11ก.ค.

17-25 ก.ค.

24 ก.ค.-01ส.ค.

07-15 ส.ค.

33,999 บาท

33,999 บาท

33,999 บาท

7,000 บาท

21-29 ส.ค.

04-12 ก.ย.

18-26 ก.ย.

32,999 บาท

32,999 บาท

32,999 บาท

7,000 บาท

UPDATE 20/04/18

**ราคานี้ สงวนการเดินทาง จำนวน 25 ท่านขึ้นไป**

หมายเหตุ

  1. ราคานี้สำหรับผู้โดยสาร 25 ท่านขึ้นไป หากผู้โดยสารไม่ครบจำนวนดังกล่าวบริษัทฯ ขอเก็บค่าทัวร์เพิ่มท่านละ 2,500 บาท
  1. ไม่มีราคาเด็กเนื่องจากเป็นราคาพิเศษแล้ว

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ โดยสายการบิน Air Astana ชั้นประหยัด (Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการทัวร์
  • ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง
  • ค่าที่พักห้องละ 2 ท่าน ในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือระดับเทียบเท่า
  • ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุตามรายการ (บริการน้ำดื่มบนรถ 1 ขวดเล็ก/ท่าน/วัน และ ในร้านอาหาร 1 ขวดใหญ่ต่อ 4 ท่าน)
  • ค่าบัตรเข้าชมสถานที่และการแสดงทุกแห่งที่ระบุตามรายการ
  • ค่าวีซ่าประเทศคาซัคสถาน
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท วงเงินคุ้มครองอาหารเป็นพิษ (โดยแพทย์จะต้องระบุในใบรับรองแพทย์ว่า อาหารเป็นพิษเท่านั้น”)

(หมายเหตุ ค่าประกันอุบิติเหตุสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน และ ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 75 ปีทางบริษัทประกันฯจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพียงครึ่งหนึ่งของสัญญาฯ)

**ประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูนและเครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นการเลือกซื้อ Optional Tour ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน**

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าหนังสือหนังสือเดินทาง
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20 กิโลกรัมต่อท่าน)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหารสั่งพิเศษ, ค่ามินิบาร์ในห้องพัก
  • ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ, ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่ายกขนกระเป๋าเดินทางท่านละ 1 ใบ โดยเฉลี่ย 1 USD / ท่าน กรณีใช้บริการ bell boy ของแต่ละโรงแรม
  • เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวควรทิปแก่มัคคุเทศก์ท้องถิ่น คนขับรถที่คอยและมัคคุเทศก์ไทยบริการเราโดยประมาณ 67 USD หรือประมาณ 2,350 บาท ต่อทริป
  • ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ประเทศตุรกี ท่านละ 3 USD / ท่าน / 7วัน (คิดเป็น วัน เท่ากับ 21 USD)
  • พนักงานขับรถในท้องถิ่น ท่านละ 2 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 7วัน เท่ากับ 14 USD)
  • ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น+คนขับรถ ประเทศคาซัคสถาน ท่านละ 5 USD / ท่าน / 1วัน  
  • (คิดเป็น วัน เท่ากับ 5 USD)
  • ค่าทิปมัคคุเทศก์ไทย ท่านละ 3 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 9 วัน เท่ากับ 27 USD)
  • แต่ทั้งนี้มัคคุเทศก์ไทย ขึ้นอยู่กับความประทับใจของลูกค้า

เงื่อนไขในการจองทัวร์

  • งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 20,000 บาท/ท่าน (หลังการจองภายใน 3 วัน)พร้อมส่งสำเนาหนังสือเดินทาง
  • งวดที่ 2 :ชำระยอดส่วนที่เหลือ ก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 25 วัน
  • หากไม่ชําระค่าใช้จ่ายภายในกําหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัต

ข้อแนะนำและแจ้งเพื่อทราบ

  • สำหรับห้องพักแบบ 3 เตียง (TRP) มีบริการเฉพาะบางโรงแรมเท่านั้น กรณีเดินทางเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน แนะนำให้ท่านเปิดห้องพัก เป็น 2 (1 Twin + 1 Sgl) ห้องจะสะดวกกับท่านมากกว่า กรณีที่ลูกค้าพักห้อง 3 ท่านและบางโรงแรมไม่มีห้อง 3 เตียงบริการ ทำให้ต้องเปิดบริการเป็นห้อง 1Twin + 1 Sglทางบริษัทขอเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามหน้างาน
  • กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้วไม่สามารถขอคืนเงินได้และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้
  • กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลด ให้ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 20 ก.ก.ต่อใบ / กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Hand carry)
  • น้ำหนักต้องไม่เกิน 7 ก.ก./1 ใบ

กรณีการยกเลิก

  • ยกเลิกหลังจากวางเงินมัดจำ บริษัทฯจะคิดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ณ วันนั้น ที่ไม่สามารถ คืนเงินได้ (ตัวอย่างเช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าวีซ่า, ค่ามัดจำห้องพัก เป็นต้น)
  • ยกเลิกหลังจากจ่ายเงินเต็มจำนวน บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมดในทุกกรณี

กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทจะทำเรื่องยื่นเอกสารไปยังสายการบิน โรงแรม และในทุกๆการให้บริการ เพื่อให้พิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ซึ่งไม่สามารถแจ้งได้ว่าสามารถคืนเงินได้ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือไม่ได้เลย เพราะขึ้นอยู่กับการพิจารณาและตัดสินใจของสายการบิน โรงแรมและในทุกๆบริการอื่นๆเป็นสำคัญ

หมายเหตุ

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้า 15 วัน ในกรณีที่ไม่สามารถทำกรุ๊ปได้อย่างน้อย 20 ท่าน  ซึ่งในกรณีนี้ทาง  บริษัทฯ ยินดีคืนเงินให้ทั้งหมด หรือจัดหาคณะทัวร์อื่นให้ถ้าต้องการ
  • ในกรณีที่คณะออกเดินทางต่ำกว่า 15 ท่าน หรือมาตรฐานของการยืนยันการเดินทาง จะมีการเปลี่ยนแปลงขนาดของพาหนะที่ใช้ในการนำเที่ยว ตลอดรายการทัวร์ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ในกรณีที่คณะออกเดินทางต่ำกว่า 15 ท่าน หรือต่ำกว่ามาตรฐานของการยืนยันการเดินทาง ทางผู้จัดรายการ ขอพิจารณายกเลิกการเดินทาง หรือ เรียกเก็บค่าทัวร์เพิ่มเต็ม ตามความเหมาะสม
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ
  • บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ ปฏิวัติ และอื่น ๆ ที่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ อุบัติเหตุต่าง ๆ
  • ราคานี้คิดตามราคาบัตรโดยสารเครื่องบิน ณ ปัจจุบัน หากมีการปรับราคาบัตรโดยสารสูงขึ้น ตามอัตราค่าน้ำมัน หรือ ค่าเงินแลกเปลี่ยน ทางบริษัท สงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตั๋ว ตามสถานการณ์ดังกล่าว
  • เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือ ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  • หากลูกค้าท่านใด ยื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติ ลูกค้าต้องชำระค่ามัดจำที่ 15,000 บาท และค่าวีซ่าตามที่สถานฑูตฯ เรียกเก็บ

หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทางและมีหน้าที่เหลือไว้ประทับตราไม่น้อยกว่า 2 หน้า

** กรณี ถือหนังสือเดินทางต่างชาติ โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม **

**ในกรณีที่ผู้โดยสาร มีไฟล์ทเดินทางภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับวันเดินทางที่ท่านได้ทำการจองไว้กับทางบริษัทฯ กรุณาแจ้งให้กับทางเจ้าหน้าที่ทราบ ก่อนการชำระเงินค่าตั๋วดังกล่าว ถ้าเกิดข้อผิดพลาด ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบทุกกรณี**

เอกสารประกอบขอวีซ่าเข้าประเทศคาซัคสถาน

  1. หนังสือ passport ตัวจริง
  2. รูปถ่าย 2 นิ้ว พื้นหลังขาว จำนวน 2 รูป
  3. สำเนานามบัตรแสดงสถานที่ทำงานและตำแหน่งงานชัดเจน
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน

เอเชีย

ยุโรป

อเมริกา

แอฟริกา

"แพ็คเกจคุ้มค่า ตอบสนองความต้องการ บริการประทับใจ"

โทร. 02-592-3960, 061-510-0899, 098-829-2078